สื่อทางด้านเกมในทวีปเอเชีย GameStart Asia ได้ออกมาเปิดเผยผลสำรวจจากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,000 คน ที่มีอายุระหว่าง 17 ถึง 45 ปี โดยเป็นเหล่าบุคคลที่มาจากประเทศสิงค์โปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, บรูไน และไทย ว่าได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเกมเมอร์มากถึง 72% ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) มีการเสียเงินให้กับวิดีโอเกมเฉลี่ยมากถึง 360 ดอลล่าร์ (10,900 บาท) ต่อ 1 คน เป็นเวลาตลอดทุกๆ ปีเลยทีเดียว

การที่มีเกมเมอร์มากถึง 72% เสียเงินให้กับวิดีโอเกมจนถึงหลักหมื่นนี้ ก็น่าจะมาจากการที่เกมในประเทศตัวแม่อย่างจีน สามารถเข้ามาทำตลาดของภูมิภาค SEA ได้ง่าย และก็เป็นเกมที่เน้นเล่นฟรี แต่มีระบบ Microtransaction ให้เหล่าผู้เล่นอยากจะเติมเงินมาซื้อของกันแทบทุกเดือน อย่างในประเทศไทย ที่เกม ROV มีการอัปเดตขายฮีโร่ใหม่ๆ หรือสกินใหม่ๆ เพื่อให้ผู้เล่นอยากเติมเงินมาซื้อกัน จนเฉลี่ยเติมเกมไปเกินหมื่นต่อปี โดยไม่รู้ตัว  

ผลสำรวจนี้ ยังได้เปิดเผยออกมาอีกว่าเกมเมอร์จำนวน 81% ในภูมิภาค SEA ยังชอบที่จะเล่นเกมอยู่ในบ้านกันเป็นหลักบนแพลตฟอร์ม PC และยังเผยว่าแนวเกมที่คนในแถบนี้ ชอบเล่นกันเป็นหลักมีอยู่ 4 แนว นั่นก็คือแนวสวมบทบาท RPG,แนวยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง FPS,แนวออนไลน์ทั่วไป MMO และแนวตีป้อม MOBA นั่นเอง

สำหรับ GameStart Asia นอกจากจะทำสื่อทางด้านเกมในทวีปเอเชีย ก็ยังเป็นผู้จัดงานเกมในทวีปดังกล่าวอีกด้วย โดยงานล่าสุดที่ได้ประกาศออกมาก็จะจัดในวันที่ 12-13 ตุลาคม 2019 ที่ประเทศสิงค์โปร ซึ่งจะมีการแข่งขันเกมอย่าง FIFA 20 และยังมีการนำเกมฟอร์มยักษ์มาให้ทดลองเล่นอย่าง Cyberpunk 2077 อีกด้วย