หลังจากมีข่าวช็อคโลกของ Ninja สตรีมเมอร์ที่โด่งดังเป็นอันดับต้นๆ ได้อำลาแพลตฟอร์ม Twitch บ้านสตรีมมิ่งที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด และเป็นที่แจ้งเกิดจนโด่งดังสำหรับเขา เพื่อไปอยู่กับ Mixer จากฝั่ง Microsoft ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่เติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างมากในช่วงหลัง

Mixer เดิมทีแล้วคือโปรแกรม Beam จาก Beam.pro เป็นบริการถ่ายทอดสดแบบเดียวกันกับ Twitch.tv ก่อนที่ทาง Microsoft จะเข้าซื้อกิจการไปเมื่อปี 2016 โดยทาง Microsoft ต้องการที่จะให้ Beam มาเป็นโปรแกรมถ่ายทอดสดมาตรฐานของ Windows 10 จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อให้เป็นทางการมากขึ้น เลยกลายมาเป็น Mixer และอัปเดตเข้ามาใน Creator Update ของ Windows 10

ปัจจุบัน Mixer เปิดให้บริการทั้งบน PC, Xboxs One, Android และ IOS จุดเด่นของ Mixer คือระบบ Co-Streaming ที่จะสามารถถ่ายทอดสดเกมร่วมกันได้สูงสุดถึง 4 คนโดยแบ่งจอกัน รวมทั้งการใช้งานบนเครื่องเกมคอนโซลอย่าง Xbox One ที่มีติดมาให้กับตัวเครื่อง และใช้งานได้สะดวกสบายก็ทำให้ในอนาคตจะมีสตรีมเมอร์จำนวนมากที่ไม่ได้แค่มาจากฝั่ง PC

Mixer มีลูกเล่นการใช้งานที่ไม่ได้ต่างกับแพลตฟอร์ม Twitch ซักเท่าไหร่ อย่างระบบการจ่ายรายเดือนที่ทำให้เราสามารถไปติดตามช่องใครได้ก็มีเหมือนกัน แต่สำหรับ Mixer จะมีราคาที่แพงกว่าอยู่ที่ประมาณ 240 บาท ขณะที่ทาง Twitch มีราคาอยู่ที่เพียงประมาณ 150 บาท หรือจะระบบอย่าง Twitch’s Bits ทาง Mixer ก็มีเช่นกันโดยใช้ชื่อว่า Embers ซึ่งเป็นระบบที่ให้เราสามารถซื้อค่าเงินดิจิตอลเพื่อที่จะสามารถส่งอีโมติคอนให้กำลังใจ สตรีมเมอร์ที่เราชอบได้นั่นเอง

https://youtu.be/sXb02t84Nuk

Mixer ยังมีระบบค่าเงินอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า Spark ที่จะได้จากการเข้าไปรับชมการ สตรีมสด หรือจัดสตรีมสดขึ้นมาเอง โดยค่าเงิน Spark จะให้เรานำไปปลดล็อคการสร้างทีมสตรีมเมอร์ เพื่อที่จะทำให้คนดูจดจำสตรีมเมอร์ในแบบกลุ่มได้มากขึ้น หรือจะนำมาปลดล็อคระบบ Interactive games ที่เป็นระบบให้สตรีมเมอร์ และผู้ชมสามารถเล่นเกมด้วยกันได้ ซึ่งสตรีมเมอร์ที่เก็บ Spark ได้ครบเกณฑ์กำหนดแล้วจะยังสามารถนำไปแลกเป็นรายได้เงินจริงได้อีกด้วย ปัจจุบัน แพลตฟอร์ม Mixer ยังไม่มีโฆษณาจากบุคคลที่สามเข้ามาช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้กับทางสตรีมเมอร์ แต่สตรีมเมอร์จะสามารถได้รับรายได้จากค่าโฆษณาสงเคราะห์ ผ่านโฆษณาแฝงที่อยู่ในช่องของสตรีมเมอร์

แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเริ่มเป็น Partner เพื่อทำรายได้บน Mixer แบบ Ninja ได้เลย เพราะแพลตฟอร์ม Mixer มีข้อกำหนดเอาไว้ว่าไอดีของผู้ใช้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 2 เดือน และต้องผู้ติดตามไม่ต่ำกว่า 2,000 คน รวมทั้งภายใน 12 วันของเดือนจะต้องมีการสตรีมที่ไม่ต่ำกว่า 25 ชั่วโมง ถึงจะสามารถทำรายได้บน Mixer ได้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ตั้งเอาไว้คล้ายกับบนแพลตฟอร์ม Twitch เพียงแต่จะได้ผลประโยชน์ที่ไม่เหมือนกัน

แพลตฟอร์ม Mixer ในปัจจุบัน ยังมีผู้ใช้งานที่ยังคงเป็นรองจากเจ้าอื่นอยู่หลายแห่ง โดยอ้างอิงจากรายงานของ Streamlab ช่วงไตรมาส 4 ปี 2018 แพลตฟอร์ม Mixer มี สตรีมเมอร์อยู่เพียง 69,000 คน เป็นอันดับ 4 รองลงมาจากแพลตฟอร์ม Twitch ที่มี 1.76 ล้านคน Youtube Gaming 755,000 คน และ Facebook 87,000 ล้านคน ซึ่งถึงแม้ Mixer จะยังมียอดสตรีมเมอร์ที่ไม่เยอะเหมือนเจ้าอื่น แต่ก็สามารถทำยอดจำนวนผู้ชมพร้อมกันบน Mixer ได้เพิ่มขึ้นถึง 195% ในปี 2018 ตามในรายงานที่ได้ระบุไว้ แพลตฟอร์ม Mixer จึงถือว่าเป็นม้ามืดในช่วงหลังมานี้ และการได้ Ninja มาเป็นสตรีมเมอร์เพียงแค่ช่องทางเดียวก็ยิ่งทำให้ Mixer กำลังจะเป็นคู่แข่งอันดับต้นๆ ของ Twitch ได้เร็วขึ้น

ซึ่งทั้งหมดที่เล่ามาก็ทำให้เห็นได้เลยว่า Mixer ไม่ได้ดูมีความแปลกใหม่กว่าเจ้าอื่นอะไรตรงไหน แต่ปัจจัยที่ว่ามาทั้งหมด รวมทั้งการเติบโตแบบก้าวกระโดดของแพลตฟอร์มนี้ก็เพียงพอให้ Ninja ย้ายไปอยู่กับทาง Mixer แล้ว เนื่องจากในปัจจุบัน แพลตฟอร์ม Twitch กำลังประสบปัญหากับเหล่าสตรีมเมอร์ โดยเหตุผลส่วนใหญ่ก็เพราะทาง Twitch ให้ข้อแม้ในการเซ็นสัญญาเป็น Partner กับสตรีมเมอร์ที่เขี้ยวในทุกด้านมากเกินไป แถมค่าตอบแทนที่ได้รับก็ไม่คุ้มพอที่จะต้องโดนเขี้ยวขนาดนี้

เหตุผลพวกนี้ไม่ได้ทำให้เพียงแค่ Ninja ที่ไม่พอใจเท่านั้น เหล่าสตรีมเมอร์ในไทยที่หมดสัญญากับทาง Twitch ก็เลือกที่จะไม่ต่อสัญญาแล้วหันมาทำคอนเทนท์ที่อื่นแทนอย่าง HEARTROCKER ที่เคยเลิกทำ Youtube ไปเป็นสตรีมเมอร์บน Twitch ปัจจุบันก็กลับมาทำคอนเทนท์บน Youtube เป็นหลักแทนเรียบร้อย ซึ่งเรื่องนี้ก็เคยมีนักวิจารณ์จาก Youtube อย่าง Philip DeFranco ได้ทวีดข้อความโดยมีส่วนนึงกล่าวว่า เมื่อลองพิจารณาถึงความไม่พอใจของ Twitch Community ในตอนนี้ อาจจะทำให้อยากย้ายสังกัด หรือ ไปลองร่วมงานกับทาง Mixer เลยทีเดียว ซึ่งเป็นข้อความที่บ่งบอกถึงปัญหาระหว่างทาง Twitch และเหล่าสตรีมเมอร์ในสังกัดปัจจุบันนั่นเอง

ยังเป็นเรื่องดีที่การย้ายบ้านของสตรีมเมอร์ไม่ได้ทำให้พวกเขาต้องเสียยอดคนดูไปเป็นจำนวนมาก เพราะคนที่เข้ามาดูส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแพลตฟอร์มที่ดีมากที่สุด แต่พวกเขาต้องการสตรีมเมอร์ที่จะให้ความบันเทิงแก่พวกเขาได้ อย่าง Ninja ที่ได้ทำการสตรีมมิ่งบน Mixer ในวันแรกก็สามารถทำยอดผู้ชมไปได้สูงสุดถึง 80,000 ราย เป็นตัวเลขที่เยอะกว่าเขาเคยทำได้บนแพลตฟอร์ม Twitch เสียอีก Mixer จึงกำลังจะเป็นตัวเลือกให้เหล่า สตรีมเมอร์เจ้าอื่นหันมาใช้งานกันมากขึ้น รวมทั้งสตรีมเมอร์หน้าใหม่ก็ยังมีโอกาสสูงในการแจ้งเกิดที่นี่ แต่ก็หวังว่า Mixer จะเรียนรู้ถึงปัญหาที่ Twitch กำลังเจอ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องนี้ในอนาคตของพวกเขาอีกเช่นกัน