สำหรับวงการเกม Esports ในตอนนี้ถือว่ามีอยู่หลากหลายแนวเกมมาก แถมบางแนวเกมก็แจ้งเกิดในวงการ Esports ได้รวดเร็วมากอย่างเกม AutoChess ที่กำลังได้รับความสนใจจากเกมเมอร์หลายคนในปี 2019

แต่ถึงจะมีเกมที่แจ้งเกิดได้ง่ายอย่าง AutoChess กลับมีอีกหลายเกมเลยที่ลงทุนแทบตายก็ไปไม่ถึง Esports ด้วยปัญหารุมเร้าหลายอย่าง  บทความนี้จึงขอนำเสนอ 5 5 เกมตำนานที่อดกลายเป็น Esports ซึ่งแต่ละเกมต่างก็มีเหตุผลที่เจ็บไม่เหมือนกัน

1. For Honor

เกมจากค่ายชื่อดังอย่าง Ubisoft ที่เคยสร้างผลงานเกม Rainbow Six: Siege ที่กลายเป็นเกมคู่แข่งของ Counter Strike ในวงการ Esports เกม For Honor นำเสนอความเป็นเกมต่อสู้ในยุคกลางโดยการนำนักรบอัศวินจากฝั่งยุโรปมาสู้กับชนเผ่าไวกิ้ง และนักรบซามูไร ที่ทำดีไซน์ระบบการเล่นออกมาได้น่าสนใจมาก อย่างโหมดการเล่นที่มีทั้งแบบ Duel, 2vs2 และ 4vs4 ทำให้ตัวเกมเหมาะกับผู้เล่นหลากหลายรูปแบบในการแข่งขัน เกมนี้จึงเป็นที่สนอกสนใจของเกมเมอร์ฝั่งอเมริกานับตั้งแต่เกมมันยังไม่ทันวางขาย

แต่เมื่อ For Honor วางจำหน่าย มันก็กลับกลายเป็นเกมที่มีปัญหาเยอะมากมาย โดยสิ่งที่ทำร้ายคนเล่นเกมนี้อย่างมากสุดๆ คือด้านระบบเซิร์ฟเวอร์ของเกมที่ไม่เสถียรอย่างมาก ทำให้ผู้เล่นเกมนี้ในช่วงแรกจะเจออาการแลค และเด้งออกจากแมตซ์ในหลายครั้งกันหมด เกม For Honor จึงเสียยอดผู้เล่นไปมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่มันควรจะมียอดผู้เล่นเยอะขึ้นกว่าเดิม กว่าจะแก้ปัญหาด้านเซิร์ฟเวอร์ได้ก็ใช้เวลาไปเกือบครึ่งปี

แต่ทางค่ายเกม Ubisoft ก็ยังคงไม่ยอมแพ้ พวกเขาจึงลงทุนจัดการแข่งขันเกมนี้ขึ้นมาด้วยตัวเองในช่วงที่เกมเสียผู้เล่นไปเป็นจำนวนมาก เพื่อหวังที่จะให้เกมเมอร์มาเล่นเกมนี้กันเยอะเหมือนวันแรกที่วางขาย แต่นั่นก็ไม่ประสบความสำเร็จ และทำให้ทางค่ายเกม Ubisoft ต้องอับอายไปด้วย เพราะแมตซ์ชิงชนะเลิศในงานแข่งขันเกม For Honor ซีซั่นที่ 3 มีผู้เล่นที่ใช้ Bug ของเกมเอาชนะคู่ต่อสู้ไปอย่างง่ายเหมือนปอกกล้วย ทำให้เกม For Honor ยิ่งมีข่าวแย่ๆ กว่าเดิม ทาง Ubisoft จึงล้มเลิกจัดการแข่งขันเกมนี้ในปีต่อมา 

อย่างไรก็ตาม เกม For Honor ก็ยังคงมีการอัพเดทตัวเกมมานานกว่า 2 ปีแล้ว และยังมีผู้เล่นเคยเล่นเกมนี้มากถึง 20 ล้านคน อาจจะเป็นไปได้ที่ทางค่ายเกม Ubisoft ยังคงอยากให้มันได้กลายเป็นเกมในวงการ Esports อยู่

2. Quake Champions

Quake เป็นซีรี่ย์เกมยิงแข่งขันระหว่างผู้เล่นรูปแบบ FPS (มุมมองบุคคลที่หนึ่ง) ในตำนานที่โด่งดังมากในช่วงยุค 90 ก่อนที่ Counter Strike จะฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองเสียอีก ทำให้ผู้ถือลิขสิทธิ์เกม Quake ในปัจจุบันอย่างค่ายเกม Bethesda อยากจะปลุกตำนานเกมนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อหวังให้มันจะได้เป็นเกมที่ไปโลดแล่นในวงการ Esports และในปี 2017 ก็ได้มีเกมในชื่อ Quake Champions ออกมาให้ได้เล่นกัน

แต่ด้วยความที่ค่ายเกม Bethesda ไม่ได้มีประสบการณ์ทำเกมออนไลน์แข่งขันระหว่างผู้เล่นในยุคใหม่ ทำให้พวกเขาพัฒนาเกม Quake Champions ไปในทางที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการ แถมยังไม่ฟังสิ่งที่ผู้เล่นหลายคนต้องการด้วย เนื่องจากตัวเกมมันเป็นแนว FPS แต่ดันไปโฟกัสที่การเล่นแบบ Duel เป็นหลัก ทั้งๆ ที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่เขาอยากจะเล่นเกมแนวแข่งขัน FPS แบบเป็นทีมกันมากกว่าในยุคสมัยนี้

เกม Quake Champions จึงไม่ได้มีการเติบโตทางด้านยอดผู้เล่นมากพอที่จะทำให้มันกลายเป็นเกมในวงการ Esports แม้จะมีการจัดแข่งขันของเกมที่ให้เงินรางวัลสูงมากมาจนถึงทุกวันนี้ก็ตาม จากซีรี่ย์เกมที่เคยโด่งดังมากในอดีตเลยกลายเป็นเกมที่มีคนเล่นเพียงแค่เฉพาะกลุ่มในปัจจุบัน 

3. Resident Evil: Umbrella Corps

อีกหนึ่งซีรี่ย์เกมในตำนานจากค่าย CAPCOM ที่เกมเมอร์สายสยองขวัญต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน แต่แล้ววันหนึ่งทางค่ายเกม CAPCOM ก็คิดอะไรแปลกๆ ขึ้นมา จึงอยากทำเกม Resident Evil ในฉบับเกมแข่งขันระหว่างผู้เล่นระดับ Esports บ้าง มันจึงออกมากลายเป็นเกม Resident Evil: Umbrella Corps ที่วางขายไปในปี 2016 ซึ่งเป็นการหยิบโหมด Multiplayer ของเกม Resident Evil ในภาคที่โดนด่าจนขายไม่ออกอย่าง Operation Raccoon City มาดัดแปลงใหม่ให้กลายเป็นจุดขายของภาคนี้

ซึ่งเกม Resident Evil: Umbrella Corps ก็ถือว่ามีระบบการเล่นที่น่าสนใจไม่เหมือนใคร ตัวเกมจะเป็นเกมยิงแบบ TPS (มุมมองบุคคลที่สาม) แบ่งทีมผู้เล่นแข่งขันกันโดยมีฝูงซอมบี้เป็น AI คอยป่วนผู้เล่นทั้งสองฝั่ง แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้ถูกเกมเมอร์หลายคนไม่ค่อยชอบกันอย่างมาก เพราะด้านกราฟฟิค และอนิเมชั่นของเกมที่เข้าขั้นตกยุค การดีไซน์ภารกิจในโหมดฝึกเล่นคนเดียวที่ดูน่าเบื่อ และอะไรหลายอย่างที่ดูเพี้ยนๆ ของเกมอย่างการคลานในเกมนี้ที่เคลื่อนที่ได้เร็วพอๆ กับการวิ่งจนกลายเป็นเกมสงครามคลานยิงก็ทำให้เกม Resident Evil: Umbrella Corps ถูกรุมด่านับตั้งแต่เกมยังไม่วางขายจนถึงหลังจากเกมวางขายด้วย ทางค่ายเกม CAPCOM ที่รู้สึกว่าคงทำให้คนหันมาชอบเกมนี้ไม่ได้อีกแล้วจึงเลิกอัพเดทตัวเกมอย่างรวดเร็ว แล้วปล่อยให้มันเป็นอีกหนึ่งผลงานอันแสนเจ็บปวดแบบเดียวกับเกมภาค Operation Raccoon City

4. BattleBorn

เกมจากทีมพัฒนา Gearbox Software ที่กำลังทำเงินให้ค่ายเกม 2K อย่างมหาศาล จากผลงานเกมยิงผจญภัยสุดโด่งดังอย่าง Borderlands แต่หลังจากสร้าง Borderlands 2 เสร็จเรียบร้อยแล้วทาง Gearbox Software จึงพักทำการทำภาคต่อแล้วไปทำเกมใหม่ที่เป็นรูปแบบการแข่งขันระหว่างผู้เล่นในแบบเกมแอคชั่นผสม MOBA เพื่อหวังให้มันจะได้เป็นเกมแนวใหม่ในวงการ Esports และนั่นก็ออกมาเป็นเกม BattleBorn ที่วางขายในปี 2016

เกม BattleBorn ถือเป็นเกมที่ดีเกมหนึ่ง ด้วยการที่ตัวเกมทำระบบแอคชั่นต่อสู้ได้เข้าขั้นสนุก ผสมเข้ากับการนำแนวเกม MOBA บางส่วนมาประยุกต์ให้เกมมีความลุ่มลึก และไม่รู้สึกซ้ำซากในแต่ละแมตซ์ แต่ที่ทำให้เกมนี้ไม่ประสบความสำเร็จก็เพราะมันกลับไปออกในช่วงเดียวกับเกม Overwatch ที่แนวเกมการเล่นไม่ได้ต่างอะไรกันมาก แต่ Overwatch ดันเป็นเกมม้ามืดที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายของปี 2016 ทำให้เกมเมอร์จำนวนมากในตอนนั้นไม่รู้ว่าจะควักเงินมาซื้อเกม BattleBorn ไปอีกทำไม

จากการที่เกม BattleBorn ไม่ประสบความสำเร็จนั้นก็ทำให้ค่ายเกม 2K ต้องเปลี่ยนให้มันกลายเป็นเกม Free to Play เพื่อให้มันทำเงินคืนทุนสร้างจากการที่มีผู้เล่นเติมเงินกลับมาบ้าง ส่วนทางทีมพัฒนา Gearbox Software ก็หนีไปทำเกม Borderlands 3 มากู้ความแก้เขินที่ทำไปในเกม BattleBorn ที่จะวางจำหน่ายในปี 2019 นี้

5.Infinite Crisis

เกมสุดท้ายนี้ถือว่าเป็นเรื่องอันสุดแสนเจ็บปวดของทางผู้พัฒนาอย่างมาก เพราะเกม Infinite Crisis เป็นเกม MOBA ที่นำซุปเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC มาเป็นตัวละครในเกม ซึ่งก็ยังดีที่ผู้จัดจำหน่ายเกมนี้คือทาง Warner Bros ที่เป็นเจ้าของสิทธิ์ค่าย DC ทำให้ผู้พัฒนาเกมนี้ไม่จำเป็นต้องไปซื้อลิขสิทธิ์ฮีโร่ในราคาแพงจากค่าย DC เลย

เกม Infinite Crisis ถือเป็นเกมที่ไม่ได้แย่ หรือมีปัญหาอะไรไม่ดี เพราะกราฟฟิคของเกมก็ทำได้สวยงามตามยุคสมัย เกมเพลย์ทำได้สนุก และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แต่เกม Infinite Crisis ดันเป็นเกมที่วางจำหน่ายในปี 2015 ซึ่งมันเป็นช่วงที่เกม MOBA ของทางฝั่ง PC เริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เกมเมอร์สาย MOBA ส่วนใหญ่ก็จะเลือกเล่นกันเพียงแค่ Dota 2 หรือ LoL ส่วนแฟนคลับซุปเปอร์ฮีโร่จากฝั่ง DC ก็รู้สึกว่าไม่จำเป้นต้องเล่นเกมนี้ก็ได้ เพราะมันก็มีเกมซุปเปอร์ฮีโร่จากฝั่ง DC ที่สนุกกว่าให้เล่นตั้งเยอะมากมายอย่างเกม DC Universe Online หรือเกม Injustice: Gods Among Us ทำให้เกม Infinite Crisis จึงไม่ค่อยมีคนนิยมเล่นเท่าที่ควร หนักกว่านั้นคือทางค่ายเกม Warner Bros ที่ควรจะเอาทุนให้ผู้พัฒนามาปรับปรุงตัวเกมให้มันมีคนเล่นมากขึ้นก่อน พวกเขากลับเลือกที่จะเอาเงินไปลงทุนโปรโมทตัวเกม และจัดแข่งอยู่ท่าเดียวจนทำให้เกม Infinite Crisis ต้องปิดตัวลงหลังจากเกมเปิดให้บริการได้เพียงแค่ 5 เดือนเท่านั้น ถือเป็นฝันร้ายทั้งทางฝั่งผู้พัฒนาเกม และผู้ที่เล่นเกมนี้อย่างจริงจังตั้งแต่เปิดให้บริการ

และนี้ก็คือ 5 เกมตำนานที่อดกลายเป็น Esports ที่โด่งดังในวงการ จะเห็นได้ว่าแต่ละเกมเป็นบทเรียนชั้นดีให้ค่ายเกมนั้นๆ ควรศึกษาทำเกมแบบนี้ให้มากก่อน เพราะถ้าคิดจะเปิดให้เล่นก่อนนี่จะล้มเหลวก่อนไปถึง Esports กันมากกว่า